มีนิทานมาเล่าจ้ะ

นกแขกเต้ากับชาวนา

โดย พระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวสโก
จากหนังสือ สันโดษ เคล็ดลับของความสุข

มีนกเขาแขกเต้าฝูงหนึ่งประมาณ ๕๐๐ ตัว อาศัยอยู่ในป่างิ้วบนยอดเขาแห่งหนึ่ง เมื่อถึง เวลา หากิน ฝูงนกเขาแขกเต้าต่างพากันบินไปกินข้าวสาลีในนาของชาวมคธ เมื่อกินข้าวสาลี อิ่มแล้วต่างก็บิน กลับรังด้วยปากเปล่า ๆ ทั้งนั้น ส่วนพญานกแขกเต้าผู้เป็นหัวหน้า เมื่อกินอิ่มแล้วยัง ต้องคาบข้าวสาลีอีก ๓ รวง กลับไปด้วย ชาวนาเห็นก็แปลกใจจึงพยายามดักจับพญานกแขกเต้า ให้ได้ ด้วยการสังเกตที่ยืน ของพญานกนั้นแล้ววางบ่วงดักไว้ วันหนึ่งพญานกถูกจับได้ ชาวนาจึง ถามพญานกว่า “ นกเอ๋ย ท้องของ ท่านคงจะใหญ่กว่าท้องของนกอื่น เพราะเมื่อท่านกินอิ่มแล้วยัง ต้องคาบรวงข้าวกลับอีกวันละ ๓ รวง เป็นเพราะท่านมียุ้งฉาง หรือเป็นเพราะเรามีเวรต่อกันมาก่อน ” พญานกตอบว่า “ ข้าพเจ้าไม่ได้มียุ้งฉาง และเราก็ไม่มีเวรต่อกัน แต่ที่คาบไปสามรวงนั้น รวงหนึ่งเอาไปใช้หนี้เก่า รวงหนึ่งเอาไปให้เขา และอีก รวงหนึ่งเอาไปฝังไว้ ” ชาวนาได้ฟังก็เกิด ความสงสัย จึงถามว่า “ ท่านเอารวงข้าวไปใช้หนี้ใครเอาไปให้ ใคร และเอาไปฝังไว้ที่ไหน ” พญานกแขกเต้าจึงตอบว่า “ รวงที่หนึ่ง เอาไปใช้หนี้เก่า คือเอาไปเลี้ยงดู พ่อแม่เพราะท่าน แก่แล้ว และเป็นผู้มี พระคุณอย่างมาก ทั้งให้กำเนิดและเลี้ยงดูข้าพเจ้าจนเติบใหญ่ นับ ว่าข้าพเจ้า เป็นหนี้ท่านจึงสมควรเอาไปใช้หนี้ ” “ รวงที่สอง เอาไปให้เขาคือเอาไปให้ลูกน้อยทั้งหลาย ที่ยังเล็กอยู่ไม่สามารถหากินเองได้ เมื่อข้าพเจ้าเลี้ยงเขาในตอนนี้ ต่อไปยามข้าพเจ้าแก่เฒ่า เขาก็จะ เลี้ยงตอบแทนจัดเป็นการให้เขา ” “ รวงที่สาม เอาไปฝังไว้ คือ เอาไปทำบุญด้วยการให้ ทานกับนกที่แก่ ชรา นกที่พิการหรือเจ็บป่วยไม่สามารถหากินได้ เท่ากับเอาไปฝังไว้ เพราะบัณฑิต ทั้งหลายกล่าวเอาไว้ว่า การทำบุญเป็นการฝังขุมทรัพย์ไว้ ” ชาวนาได้ฟังแล้วเกิดความเลื่อมใสว่า นกนี้ เป็นนกกตัญญูพ่อแม่ เป็นนกที่มีความเมตตาต่อลูกน้อย ใจบุญมีปัญญารอบคอบ มองการณ์ ไกลพญานกได้อธิบายต่อไปว่า “ ข้าวสาลีที่ข้าพเจ้ากินเข้าไปนั้น ก็เปรียบเหมือนเอาทิ้งลง ไปในเหวไม่รู้จักเต็ม เพราะข้าพเจ้าต้องมา กินทุกวัน วันนี้กินแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องมากินอีก กินเท่าไรก็ไม่รู้จักเต็ม จะไม่กินก็ไม่ได้เพราะท้องหิวก็เป็นทุกข์ ” ชาวนาฟังแล้วจึง กล่าวว่า “ พญานกผู้มีปัญญา ทีแรกข้าพเจ้าคิดว่าท่านเป็นนกที่โลภมาก เพราะนกตัวอื่น
เขาหากินเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ไม่คาบอะไรไป ส่วนท่านบินมาหากินแล้วก็ยังคาบรวงข้าวกลับ ไปอีก แต่พอฟังท่านแล้วจึงรู้ว่าท่านไม่ได้คาบไปเพราะความโลภแต่คาบไปเพราะความดีคือเอา ไปเลี้ยงพ่อแม่ เอาไปเลี้ยงลูกน้อย และเอาไปทำบุญ ท่านทำดีจริง ๆ “ ชาวนามีจิตเลื่อมใสใน พญานกมาก จึงแก้เครื่อง ผูกออกจากเท้าพญานก ปล่อยให้เป็นอิสระแล้วมอบนาข้าวสาลีให้ พญานกรับนาข้าวสาลีไว้เพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งกะคะเนแล้วว่าเพียงพอต่อบริวาร จากนั้นจึงให้โอวาท แก่ชาวนาว่า “ ขอให้ท่านเป็นผู้ไม่ประมาท หมั่น สั่งสมกุศลด้วยการทำทาน และเลี้ยงดู พ่อ แม่ ผู้แก่เฒ่าด้วยเถิด ” ชาวนาได้คติจากข้อปฏิบัติของพญานก จึงตั้งใจทำบุญกุศลตั้งแต่นั้นมาจน ตลอดชีวิต นกแขกเต้าผู้มีปัญญารู้ว่าควรบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างไร จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อ ตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคม นับเป็นการใช้ทรัพย์อย่างชาญฉลาด ที่ยิ่งใช้ก็ยิ่งมี ความสุขความเจริญ สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ สุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

2 Responses

  1. สนุกมากค่ะ

  2. สนุกมากเลยค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: